ข่าวร้าย

posted on 20 Jul 2014 21:29 by etwas-labyrinth directory Diary

วันที่ 20 กรกฎาคม 2557

 
กลิ่นไอของความสูญเสียกำลังลอยหมิ่นเหม่อยู่เหนือครอบครัวของผม

แม้ว่าผมจะไม่ได้สนิทกับเขามาก ถึงขั้นใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาบ้านเดียวกัน
หรือพบเจอเห็นหน้ากันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ความสูญเสียที่กำลังย่างกรายเข้ามานี้
ทำให้ผมรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย

คุณป้าของผมแกเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายครับ

ผมไม่ทราบแน่ชัดว่ามะเร็งอะไรที่ทำร้ายร่างกายที่เคยแข็งแรงของป้าผมให้ทรุดโทรมหนักขนาดนี้
ล่าสุดที่ผมเจอท่านก็เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ร่างกายแกยังแข็งแรงดีทุกอย่าง
วันนี้แม่ผมไปเยี่ยมท่านที่บ้าน และกลับมาพร้อมกับข่าวร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยรับรู้มา
พร้อมกับถ่ายรูปท่านส่งมาให้ผมดูผ่านทางไลน์ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหดหู่มากยิ่งขึ้น

ร่ายกายของท่าน จากที่เมื่อก่อนเป็นคนร่างเล็กและผอม กลับบวมเป่ง ผิวเหลืองไปทั่วทั้งตัว
ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ฉายแววไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
จริงๆท่านเคยหายจากโรคนี้ไปแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไรทำให้ท่านกลับมาเป็นอีกครั้ง
และในครั้งนี้ก็เลวร้ายกว่าทุกๆครั้ง

ถ้ามองกลับไปเมื่อก่อน ผมกับป้าไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่
เขาคงเห็นผมเป็นแค่หลานคนหนึ่ง
ส่วนผมก็เห็นเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพคนหนึ่งเท่านั้น
อาจจะเป็นเพราะว่าป้าเป็นคนนิ่งๆ และชอบพูดตรงๆ ไม่พอใจอะไร เธอก็จะพูดออกมาเดี๋ยวนั้น
ทำให้ผมรู้สึกกลัวและเกร็งทุกครั้งที่ต้องคุยกับท่าน
ถ้าเลือกได้ ผมก็หลบหน้า ไม่เจอเลยดีกว่า

มีอยู่ครั้งนึงที่ป้าเคยตีผม จนทำให้แม่ผมแอบกลับมาร้องไห้ที่บ้าน
ผมก็ยังคงเด็กมากที่ทำให้ผมนึกเกลียดแกได้ในตอนนั้น
แต่ทุกครั้งที่เจอท่านในวันปีใหม่ หรือวันพิเศษใดๆก็ตามในรอบปี
ป้าท่านไม่เคยลืมที่จะเอาของฝากเล็กๆน้อยๆมาให้เสมอ พร้อมทั้งให้เงินทุนการศึกษาเล็กๆน้อยๆ
หรือไม่ ท่านรู้ว่าผมเก่งภาษาอังกฤษ ท่านก็จะพยายามหางานที่พอให้ผมช่วยทำได้มาให้ทำ พร้อมกับให้เงินที่มากกว่าที่คนแปลเอกสารทั่วไปควรจะได้รับ
บางที ทำให้ผมแอบคิดไปว่า นี่อาจจะเป็นการแสดงความรักของท่านก็เป็นได้
ครอบครัวของป้าผมแกอยู่สุขสบาย มีพร้อมทุกอย่าง
บ้านหลังใหญ่ที่ผมอาจจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของ ลูกชายคนโตเรียนหมอ
แต่เบื้องหลังความสุขกลับไม่เป็นสุขแบบนั้นเสียทั้งหมด เหมือนอย่างที่ท่านเจออยู่ในตอนนี้

แม่บอกผมว่า ตอนนี้ ป้าไม่ได้ต้องการอะไรมาก
แต่อยากจะยื้อชีวิตที่เหลือน้อยเต็มทีของท่านให้อยู่ต่อได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะว่าท่านห่วงลูกชายคนเล็กของท่านอีกคน

ก่อนหน้าที่ผมยังไม่รู้ว่าท่านเป็นมาก ท่านเคยชวนผมไปจีนอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผมไปเป็นล่ามให้
แต่ผมก็ตอบปฏิเสธไปเพราะผมยังไม่ผ่านโปรฯงานที่บริษัท
ล่าสุดท่านก็ทาบทามผมให้มาดูแลธุรกิจของท่านต่อ โดยหวังจะให้ผมเป็นคนคอยดูแลเรื่องอื่นๆแทนหลังจากที่ท่านจากไปแล้ว
แต่ผมก็ยังคงปฏิเสธไปแบบนั้น เพราะว่าผมมันไม่เอาไหน เกินกว่าจะแบกรับหน้าที่มันยิ่งใหญ่แบบนั้นไว้ได้

ผมคงเด็กเกินไป เกินกว่าที่จะได้รู้ว่าชีวิตจริงๆก็ไม่อาจมีเวลามากพอให้เราได้เตรียมตัวและหัวใจ

ผมรู้แล้วตอนนี้ว่า บางที การได้เห็นคนที่เราไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรก ค่อยๆหมดพิษสงไปต่อหน้าต่อตา
มันทำให้เกิดความเศร้าได้ไม่แพ้กับการที่เราเห็นคนที่รักของเราจากไป
บางที การบอกรัก บอกว่าห่วงใย อาจจะส่งผ่านจากหลายๆสิ่งที่ท่านพยายามจะมอบให้ผม แทนการบอกว่ารักตรงๆ

บางที การบอกว่ารัก อาจจะไม่จำเป็นต้องพูดว่ารักให้ได้ยิน ถ้ามันจะทำให้เคอะเขินเกินไป

ผมนึกเกลียดมะเร็งขึ้นมาทันทีเมื่อทราบข่าวจากแม่
ป้าผู้ซึ่งเป็นคนดูแลคนยายเพียงคนเดียว โดยที่มีแม่ของผมคอยช่วยส่งเสียบ้าง กำลังจะจากไป
ทำไมนะ คนดีๆอย่างท่านถึงต้องมาเจออะไรที่ยากเกินกว่าจะทำใจแบบนี้

ชีวิตคนเรา มันไม่แน่นอนจริงๆ
และคนดีๆ มักใช้ชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เพราะอะไร.

แม้แม่จะบอกผมว่า ร่างกายของท่านจะทรุดโทรมมากเพียงใด
ท่านจะอยู่ได้นานอีกแค่ไหน
แต่ผมก็ยังหวังเล็กๆว่าจะพอมีปาฏิหาริย์ให้ท่านหายได้ภายในเร็ววัน
กลับมาพูดตรงๆ กับผมอีกสักครั้ง

ไม่ต้องบอกว่ารักหรอก ผมเข้าใจดี

นายวงกต
20/Jul./14

Comment

Comment:

Tweet