วันที่ 22 เดือนธันวา ปี 2556
วันจัดค่ายเยอรมันวันสุดท้าย
และเป็นกิจกรรมเกือบสุดท้ายของนักศึกษาเอกวิชาภาษาเยอรมัน...ของผม
 
 
ถ้านับตั้งแต่วันเกิดเรื่องคราวนั้น ถือว่าแผลของผมมันยังสดใหม่อยู่มาก
การมาค่ายกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อาจารย์ทุกคน ทำให้ผมเองลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ
ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า เวลานั้นผมมีความสุขดี (และก็ดีจริงๆตามนั้นเสียด้วย)
 
ผมชื่นชอบธรรมชาติ และคิดว่าธรรมชาติก็คงแอบคุ้นเคยกับผมอยู่ไม่น้อย
แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ยังด้อย ธรรมชาติที่สวยงามที่สุดในชีวิตก็คงหนีไม่พ้น ทะเล
และทุกครั้งที่ไปทะเล(กับเพื่อน) ผมมักจะเป็นคนแรกๆที่ชอบตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น
เพราะว่าอะไร ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าช่วงเวลานั้นมันช่างสงบ
พอที่จะให้ผมได้นั่งครุ่นคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ
 
เช้าที่ 2 ของการมาค่าย ทุกคนต่างก็ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ทำลายความสงบของผมไม่น้อย
แต่น่าแปลกที่เช้าวันนั้น ผมไม่เห็นใครตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นเลย
 
ผมค่อยๆก้าวออกมาจากห้องเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของคนอื่น ปิดประตูห้องพักให้เบาที่สุด
ค่อยๆสวมรองเท้า สะพายกล้อง และขาตั้งกล้อง หวังว่าวันนี้จะต้องถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นให้ได้
ผมเคยบอกไปหรือยัง? ว่าทุกครั้งที่ผมไปทะเล ผมไม่เคยได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแบบเต็มๆตาสักที
อาจจะด้วยเพราะตำแหน่งที่ตั้งของที่พัก หรือฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจก็แล้วแต่
 
เอาเถอะ... วันนี้ผมต้องทำให้ได้
 
 
ทะเลหน้าหนาวในตอนเช้าลมแรงมาก ผมแอบคิดเล่นๆว่าอุณหภูมิคงราวๆเลขสิบปลายๆ พอๆกับแอร์ที่บ้าน
เสื้อแจคเกตยีนราคาย่อมเยาพอที่จะช่วยคลายหนาวได้บ้าง ผมก้าวเท้าเดินออกมาตรงชายหาดหน้ารีสอร์ท
เวลานั้นน่าจประมาณตีห้านิดๆ ถ้าผมจำไม่ผิด
 
เสียงคลื่นอื้ออึงดังระงม ประกอบกับเสียงสายลมระริวไหว
ยังไงเสียงหัวใจของผมก็ดังกว่าอยู่ดี
 
ผมรู้สึกว่า ผมได้เจอที่สงบๆของผมเสียที :)
บางทีการแอบแสร้งอยู่คนเดียว แล้วร้องไห้ออกมาดังๆคงจะไม่ผิดอะไร สำหรับคนที่ยังทำใจไม่ได้ในตอนนั้น
ผมอยากจะวิ่งโร่เข้าไปโผกอดทะเล แล้วแหกปากตะโกนให้สุดเสียง
แต่ถ้าผมทำแบบนั้น ผมคงบ้าน่าดู 
ด้วยอุณหภูมิขนาดนี้ ใครเล่าจะอยากลงไปเล่นน้ำ แค่ลำพังเดินบนหาดทรายยังเสี่ยงเลย
 
สุดท้ายผมก็ต้องหยุดความคิดของผมทั้งหมด เมื่อสายตาซนๆของผมไปพบกับใครคนหนึ่ง
 
นั่นคืออาจารย์ที่ปรึกษาของผมเอง
 
ผมเพิ่งรู้ว่า อาจารย์เองก็มีรสนิยมชอบชมพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกัน
ผมไม่รู้ว่าไอ้ลูกกลมๆ สีแดงๆที่มันก็โผล่ขึ้นเหนือน้ำเป็นกิจวัตรประจำวันของมันมีอะไรดี ที่สะกดให้อาจารย์ของผมคนนี้มานั่งเฝ้าดูมันเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์
บางที ผมอาจจะได้อะไรดีๆ ถ้าผมเดินเข้าไปหาเธอ
 
 
พระอาทิตย์เริ่มค่อยๆแสดงตัวขึ้นมาโผล่พ้นน้ำ บทสนทนาระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ก็เริ่มขึ้น...
 
อาจารย์รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้าง เธอถามผมว่าผมดีขึ้นแล้วหรือยัง 
คำตอบของผมก็แน่นอนว่า ไม่ ยังรู้สึกไม่ดี แต่ก็คิดว่าจะต้องผ่านมันไปให้ได้
 
"บางทีความรัก อาจจะไม่ต้องการให้อยู่ด้วยกัน
เราอาจจะเจอคนที่ใช่ แต่ไม่อยากอยู่ด้วยกันก็ได้"
 
นี่คือสิ่งที่ผมจับใจความได้
 
ถ้าผมไม่รู้สึกยินดีกับการที่เขาจากไป ไปมีคนอื่นที่เขาคิดว่าดีกว่าเรา
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ คือ เขา หรือ ความรัก?
 
เล่นเอาผมจุกไปหลายนาที...
 
ถ้าเรารักเขา เรากล้าพอที่จะสูญเสียเขาไปได้ไหม? ผมถามตัวเองอีกที
เรากล้าพอ ที่จะยอมไม่เห็นหน้าเขาทุกๆวันในชีวิตได้ไหม?
ความรักจะคงอยู่เหมือนเดิมไหม?
 
เธอให้คำตอบเป็นนัยๆ โดนอาศัยเรื่องราวของเธอที่แบ่งปันให้ผมฟัง
เธอก็คงมีคนรักของเธอเองเหมือนๆกัน และเธอดูมีความสุขกับการรักษาระยะห่างตรงนั้นไว้
โดยที่ความสัมพันธ์ก็ยังคงเส้นคงวา ไม่มีการคาดหวังที่มากจนเจ็บปวด
แต่ก็ไม่น้อยจนหายไป
 
แล้วเธอก็ทิ้งปริศนาทิ้งท้ายเอาไว้ ให้เด็กน้อยผู้อ่อนต่อความรักไปคิดต่อเอาเอง
 
 
เราแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตให้กันฟัง ผมฟังเรื่องที่ไม่เคยรู้จากเธอ เธอก็ได้รู้อะไรเกี่ยวกับผมไปเยอะ 
สุดท้ายก็จบลงที่การดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน ฟังดูแล้วโรแมนติกไม่หยอก
สุดท้าย ผมก็ผละจากเธอไป เพื่อไปถ่ายรูปตามอย่างที่ผมต้องการ
 
พร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า
 
บางที ผมอาจจะต้องขอบคุณเธอจริงๆแล้วหละ :)
 
แม้แสงอาทิตย์ในยามเช้าจะถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆก้อนหนาไปบ้าง
แต่ก็พอมีช่องทางที่ทำให้ผมได้เห็นดวงอาทิตย์กลมๆสีแดงล้ม
รู้สึกว่าภารกิจของผมอาจจะยังไม่สำเร็จ ผมก็ยังไม่รู้ความหมายของการตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นอยู๋ดี
 
หรือบางที ผมอาจจะไม่รู้ตัวว่าผมรู้แล้วก็เป็นได้
 
 
ผมเก็บเอาคำพูดของเธอมาคิดต่อ ในวันที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่
มันทำให้ผทตั้งคำถามเล็กๆในใจว่า แล้วตกลง ความรักต้องการอะไร?
ถ้าไม่ใช่การอยู่ด้วยกัน ดูแลซึ่งกันและกัน 
 
มุมมองของเธอ ทำให้ผมมองเห็นความรักในแง่มุมใหม่
 
เคยเจอใครสักคนที่เรารู้สึกว่า เรารักเขา แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้บ้างไหม?
 
ทุกครั้งที่เราเจอกัน เรามักมีอะไรพิเศษๆให้กันเสมอ ดูเหมือนว่าความรักจะไปด้วยดี
แต่สุดท้าย ก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกัน เพราะว่าอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ไหว
แต่ถ้าถามว่ารักไหม ทั้งสองคนต่างก็พร้อมใจตอบว่า รัก
 
ความรักต้องการอะไร?
 
บางที... ความรักอาจจะต้องการ "ระยะทาง"
ระยะทางจากคนหนึ่ง ไปยังอีกคนหนึ่ง
ที่ถูกเชื่อมไว้ด้วยสะพานแขวนที่ชื่อว่า "ความคิดถึง"
ความรักยังคงเดินข้ามผ่านสะพานนั้นได้เป็นปรกติ
เรายังรักกัน ในวันที่เราไม่ได้เจอหน้ากัน
 
การที่ความรักของคนทั้งสองเดินทางมาเจอกันที่กลางสะพาน
แน่นอนว่ามันต้องมีอะไรพิเศษ วิวบนสะพานแขวนแห่งนั้นต้องสวยกว่าจุดอื่น
 
แต่สะพานแขวน อาจจะไม่แข็งแรงสำหรับคู่รักทุกคู่
เมื่อความรักมาเจอกัน ความคิดถึงจึงไม่ได้ทำงาน
ระยะห่างที่เราสร้าง กำลังถูกทำลาย สะพานกำลังแกว่งไกวด้วยความใกล้ของคนทั้งสอง
ยิ่งเราเห็นกันมาก คุยกันมาก ความต่างเริ่มมาก
เราเริ่มทะเลาะกัน เริ่มไม่เข้าใจกัน 
เลวร้าย... ความรักที่มีให้กัน อาจจะฉุดให้คนทั้งสองตกลงไปในเหวลึกที่อาจจะมองหากันไม่เจอ
 
บางที...การเดินค่อยๆเดินถอยออกมา อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้
เรารักกัน แต่เราไม่อาจอยู่ด้วยกันได้
ความรักของคนบางคู่ อาจจะเหมือนกับสะพานแขวนที่ผมกล่าวไป
 
"บางทีความรัก อาจจะไม่ต้องการให้อยู่ด้วยกัน"
 
 
"ความรัก จะเป็นฝ่ายปลอบเราเอง"
 
เพราะความรักรู้...
รู้ว่าคนบางคู่ หากฝืนอยู่ด้วยกัน รังแต่จะเลวร้ายลง
ความรักจึงสร้างระยะห่างที่มีความคิดถึงเป็นสะพานเชื่อม ทดแทนเวลาที่อยู่ด้วยกัน
แต่สะพาน อาจไม่ได้แข็งแรงมากที่จะรองรับความรักของคนทั้งคู่
 
เราจึงเลือกที่จะรักษาความห่างที่แสนห่วงนี้เอาไว้
 
บางที... นี่อาจจะเป็นความรักในแบบ "ผู้ใหญ่" ที่ผมเองยังไม่เคยสัมผัส
ความรัก... นอกจากความเชื่อใจ ความสุจริตใจที่มีให้แก่กัน
บางที "ความห่าง" ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะ "คิดถึง" ใครสักคนที่อยู่ไกลๆ
แม้จะไม่มีร่างกายของเขาให้เราได้สัมผัส
 
คนบางคนเกิดมาให้รัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้อยู่ด้วยกัน


 
ผมว่าผมเข้าใจความรักขึ้นมาอีกขั้นนึงแล้วหละ :)
 
นายวงกต
24/05/14

edit @ 24 May 2014 23:41:16 by Labyrinth_wall

Comment

Comment:

Tweet

ฉันก็กำลังมีปัญหาเรื่องแบบนี้ รักกัน แต่ก็ไม่สามารถพูดเรื่องอนาคตได้ทั้งๆ ที่เคยพูดกันไว้ รุ้สึกเจ็บและทรมาน แต่พอมาอ่านแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ

#2 By poom (223.205.185.225|223.205.185.225) on 2014-06-15 20:51

บางทีความรักที่แท้จริง อาจไม่ต้องการความซับซ้อนอะไรมากมาย 
แค่รู้สึกรัก แคมีความสุขที่ได้รัก
แต่ในชีวิตเราไม่ได้มีแค่ความรักอย่างเดียว
มีองค์ประกอบอีกมากมาย ที่เราต้องทำให้สมดุลกัน 
เพราะแบบนี้มั้ง เลยทำให้ความรักดูซับซ้อน

#1 By Takoyahoya on 2014-06-05 15:27